บทความรวม


http://myfriendsofmylife.blogspot.com/

Showing posts with label For You. Show all posts

Note For Friends: เพื่อนของฉันคือความเหงา


.









เคยรู้สึกกันบ้างมั๊ยคะ.. ว่าทำไมบางคืน.. ที่เรารู้สึกเหงา.. เศร้า เสียใจ ..และกำลังร้องไห้
เป็นค่ำคืนที่แสนยาวนานเหลือเกิน.. เราอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย อยู่ท่ามกลางแสงไฟ แต่เราก็ยังคง
โดดเดี่ยว หรือ ยิ่งทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวกว่าเดิมด้วยซ้ำ แล้วเคยรู้สึกมั๊ย.. เวลาที่เรามองไปรอบๆ ตัวเรา
เหมือนทุกอย่างเคลื่อนไหวได้ช้า และช้าลงเรื่อยๆ เราได้ยินแต่เสียงของหัวใจเราเอง เต้นอย่างแผ่วเบา
ตึกตึก.. ตึกตึก.. ทั้งที่เสียงเพลงจากโลกภายนอกล้วนเปิดกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ผู้คนที่ท่าทาง
ดีใจเหล่านั้น เค้าไปอยู่ไหนกันนะ ในเสี้ยวของความรู้สึกเรา.. เรายังคงมีตัวตนอยู่มั๊ย มองเห็นฉันบ้างไหมเป็นคำถามที่คิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เรียกน้ำตาได้ทุกที.. นี่เรากำลังคิดอะไรอยู่นะ นี่เราเป็นอะไรไป..

ความเหงา..

สิ่งนี้ที่กำลังเกาะกุมหัวใจฉันอยู่.. ทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับฉัน? ทำไมมันต้องเลือกฉัน? คำถามที่ถามใครไม่ได้นอกจากหัวใจของเราเอง ค้นหา.. ลึกลงไป ภายใต้จิตใจที่อ่อนล้า หัวใจกำลังที่ร้องไห้ ความต้องการของมันคืออะไรกัน.. ต้องการใครสักคนอย่างนั้นหรอ? นี่เราไม่มีใครจริงๆ หรอ? หรือเราเหนื่อยจากความ
ผิดหวัง เสียใจ เราถึงเจ็บปวดกันนะ.... ท้ายที่สุดแล้วคำตอบที่ได้รับมา ไม่รู้เลย ว่าความต้องการแท้จริง
ของใจเรากับความเหงา มันคืออะไร

ถ้าคิดว่าเราไม่มีใครเลย แล้วเพื่อนที่กอดคอเมื่อวันก่อน คอยยิ้มและให้กำลังใจเราอยู่เสมอ
นั่นคือใครกัน? แล้วพี่ที่ลูบหัวเรา ชมเราว่าเก่งจังเลยน้องพี่ นั่นคือใครกัน?
แล้วน้องที่วิ่งมากอดเรา บอกไม่ได้เจอกันนานแก่ขึ้นเป็นกอง แต่ก็ยังเป็นพี่ที่รักเหมือนเดิม.. นันคือ
ใครกัน? แล้ว.. เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเมื่อตอนเย็น เป็นยังไงบ้างวันนี้ลูกรัก พ่อกับแม่คิดถึงลูกเหลืิอเกิน
นั่นคือใครกัน? เรามักมีคำถามคำตอบที่เราคอยเถียงตัวเองอยู่เสมอว่า.. มันแทนที่กันไม่ได้ อะไรคือ
แทนที่กันไม่ได้อย่างนั้นหรอ? เพราะมันคนละอย่างกัน.. สำคัญ แต่คนละอย่างกัน นี่คือคำตอบที่เรา
บอกกับตัวเอง ใช่ มันคนละอย่างกัน

แต่.. เราเอาแต่พึ่งคนอื่นมากจนเกินไปมั๊ย? ..... เอาแต่พึ่งเพื่อนคอยปรึกษาปัญหาต่างๆ เอาแต่
พึ่งพี่ให้คอยทำนู้นทำนี่ให้เพราะไม่เป็น เอาแต่พึ่งน้องไปเดินซื้อของด้วยกันหน่อยและพอผิดหวัง
เสียใจจริงๆ ถึงโทรไปหาพ่อกับแม่ และเอาแต่พึ่งใครบางคนที่จะเดินไปด้วยกัน คอยให้กำลังใจกัน..
มันเป็นสิ่งที่ดีนะ ไม่เถียงเลย เพราะทั้งเพื่อน พี่ น้อง พ่อ แม่ เค้าต่างพร้อมที่จะเคียงข้างเราเสมอ
ด้วยความเต็มใจ.. แต่นี่ขนาดเรามีพวกเค้านะ ยังเหงา ยังต้องการใครบางคน.. ถ้าเราตัวคนเดียวล่ะ
ใช้คำว่าไม่มีใครได้จริงๆ แล้วเราจะอยู่ได้หรอ ถ้าไม่เจอใครคนนั้น..

เราทำอะไรด้วยตัวเราเองมากซักแค่ไหนกัน? ปัญหาต่างๆ หัดแก้ด้วยตัวเอง พอไม่ได้จริงถึงปรึกษา
คนรอบข้าง มันก็ดีนะที่ได้ทำอะไรจนสุดๆ แต่ถ้าความสามารถเราไม่ยังพอค่อยว่ากัน..
เวลาที่ทำอะไรไม่เป็น.. ไม่รู้ ไม่ได้ เราศึกษากับมันอย่างถ่องแท้หรือยัง หัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง
เปลี่ยนจากที่ให้ใครทำให้ เป็นให้เค้าสอนเราทำดีกว่ามั๊ย? และการไปไหนมาไหนคนเดียวก็รู้สึกดีนะ
เคยลองมองดูอีกมุมแล้วหรือยัง? อาจจะถือของหนักหน่อย แต่มันก็ดีกว่ามีคนคอยบ่นคอยเร่งเรา
อยากไปไหนก็ได้ ไปไม่ถูกก็ถามเอา ไม่มีใครคุยด้วยก็ฟังเพลงไปสิ.. พื้นที่แกว่งแขนมากขึ้นอีกด้วย
พ่อกับแม่.. ท่านคงอยากได้ยินว่า.. ไม่เป็นไรค่ะ ลูกสบายมาก ปัญหาแค่นี้เรื่องเล็ก.. มากกว่าที่
จะมาได้ยินเราร้องไห้ฟูมฟายเสียใจ.. แต่ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ บอกทานถึงสิ่งนั้น ระงับอารมณ์ตนเอง
คอยฟังว่าท่านจะพูดอะไร ดีกว่าจะมาตัดพ้อให้ท่านเป็นทุกข์ด้วย คำปรึกษาจากผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อน
มาก่อน อาจเปลี่ยนเราในทางที่ดีขึ้นเลยล่ะ และ แค่เสียงของพ่อกับแม่ที่รักเรามาก แค่ท่านรับสาย
ยังไม่ทันพูดอะไร แค่นั้น.. ถ้าเรามีสติ นั่นแหละเสียงสวรรค์ที่เพิ่มกำลังใจที่สุด..

แล้วใครบางคนที่เราต้องการล่ะ.. ปล่อยเวลานำพาดีกว่ามั๊ย จะเมื่อไหร่ก็ชั่งมัน บางทียิ่งค้นหามันยิ่ง
หลีกหนี ดีไม่ดีเจอคนหลอกลวงเข้าให้อีก เมื่อจังหวะเวลาเหมาะสมลงตัว Destiny ก็จะเกิดขึ้นกับเราเอง
ให้คิดเสียว่า มีไม่มีก็ชั่ง ดีกว่าไปเศร้ากับมัน..

ความเหงา.. อาจแก้ไม่ได้ แต่เป็นเืพื่อนกับมันได้

เจ้าของบล็อกเองเวลาเหงา จะชอบไปที่ที่หนึ่งมาก ที่ใกล้ๆ ที่ตรงนั้นผู้คนมากมาย เสียงเพลงเพราะๆ
แสงไฟสวยงาม บรรยากาศเหมือนที่กล่าวมาแล้วข้างตน ต่างกันตรงที่ เจ้าของบล็อก ชอบความเหงา
และอยู่กับมันได้ ด้วยกำลังใจที่สร้างขึ้นจากตัวเอง.. มันวิเศษที่สุดแล้ว เวลาเหงาจะชอบเงยหน้ามอง
ฟ้า บวกกับเพลงช้าๆ ท่วงทำนองสวยงาม ที่ฟัง มันทำให้ความรู้สึกล่องลอยไปไกล.. เกินที่จะคิดว่า
ไม่มีใคร.. เหงา.. เพราะเราเองก็แค่จุดเล็กๆ จุดหนึ่งภายใต้ฟากฟ้าและดวงดาวเท่านั้นเอง

^^ กำลังใจที่ดีเริ่มตัวเราเอง เราสร้างมันได้ มองกระจกถึงเราจะขี้เหร่แค่ไหน(อิอิ) จงยิ้มให้มัน..




Note For Friend: เรื่องราวดีๆ ทราบซึ้งใจเกี่ยวกับความรัก


.





  ปกติจะเป็นคนที่ไม่อ่าน Forward mail และไม่ชอบที่จะอ่านเรื่องอะไรที่ยาวๆ นัก
                  แต่นานมาแล้วเหมือนกันที่ได้อ่านเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่ส่งต่อกันมาทาง Forward mail
                  จนไม่รู้ว่าเป็นของใคร พอนึกถึงขี้นมาจึงอยากจะเอามาแชร์ให้เพื่อนๆ ค่ะ เป็นเรื่องราว
                  เรื่องเดียวที่อ่านจนจบ. และชอบกับเนื้อหา ที่ไม่ว่าเกิดขึ้นจริงหรือแต่งขึ้นมา
                  ก็ซึ้งตรึงใจเหลือเกิน...... ^^

มาลองอ่านกันดูนะึคะ


เรื่องนี้ขออุทิศให้กับ ทุกคนที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก.....
ลองอ่านดูแล้วหันไปดูคนข้างๆ 
บอกรักให้เขารู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญแค่ไหน....ให้เขารู้ว่าคุณรักเขาแค่ไหน
เรื่องนี้ผมไม่รู้ใครแต่ง........แต่ผมอยากให้มันอยู่ในกระทู้ของผม...
เพื่อจะมีคนอ่านมันมากขึ้นสักคนก็ยังดี.....ขอบคุณครับ


"รักครั้งแรกใช่จะผิดหวังเสมอไป มีคนเคยบอกว่า ความรักมีอยู่ 3 แบบ

รักเพราะหลง รักเพราะอ่อนไหว รักเพราะเข้าใจ
และยังมีคนบอกอีกว่า รักครั้งแรกส่วนมากจะเป็นรักเพราะหลงและมักจะไม่สมหวัง
แต่สำหรับผมแล้วรักครั้งแรกเป็นรักที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของผม


ผมชื่อ แทน เรียนปี 3 อยู่มหาลัยแห่งหนึ่ง ผมต้องทำงานไปเรียนไป
เพราะพ่อแม่ผมเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตอนนี้ผมจึงเหมือนอยู่ตัวคนเดียว
ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย ผมก็เงียบมาตลอดไม่ค่อยคุยกับเพื่อนคนไหนเลย ส่วนเธอ

เธอชื่อ ซี ......... ซีเป็นลูกคนรวย เรียนปี 3 เหมือนผม และคณะเดียวกับผม
โดยความคิดของผมแล้วนั้นลูกคนรวยส่วนมากจะชอบทำตัวเว่อร์ ๆ แต่สำหรับซี
แล้วเธอไม่ใช่ ซีเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง เรียนเก่ง แล้วยังเป็นที่รักของเพื่อนๆ ด้วย
ซึ่งต่างกับผมราวฟ้ากับดิน ผมแอบมองซีมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียนปี 1
แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นแล้ว ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย
ผมก้อไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ เลย ดังนั้นเลิกฝันถึงซีไปได้เลยครับ

เช้าวันนึง เข้าเรียนคาบแรก อาจารย์สั่งให้ทุกคนนำงานที่สั่งมาส่งผมไม่รู้เรื่องเลย
ว่าอาจารย์สั่งงานตอนไหน สงสัยสั่งตอนที่ผมแอบหลับในห้องเรียนมั้ง ผมทำอะไรไม่ถูก
แทน? เสียงผู้หญิงเรียกชื่อผม ผมหันไปมอง ซีเป็นคนเรียก
ซีพูดต่อว่า ?ซีทำรายงานมาให้ ซีรู้ว่าแทนไม่ได้ทำมา
เพราะเมื่อวานแทนหลับในห้องเรียนตอนอาจารย์สั่งงานพอดี?

พอพูดเสร็จซีก้อวางรายงานไว้บนโต๊ะ แล้วก้อเดินกลับไป หลังเลิกเรียน
ผมเดินเข้าไปบอก ขอบคุณซี แต่ซีพูดกลับมาว่า ? เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นข้าวมื้อเที่ยง
ได้มั้ยค่ะ ? ผมดีใจไม่คิดเลยว่าผมจะมีโอกาสได้นั่งกินข้าวกับซี ผมเลยตอบกลับไปว่า
ได้ครับ? หลังจากนั้นเราก้อเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย เธอดูเรียบร้อยมากเวลา
ทานข้าว พอทานเสร็จ ซีก้อพูดขึ้นมาว่า ?ซีรู้นะ ว่าแทนไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยมีเวลาทบทวน
เรื่องที่เรียนไป เอาเป็นว่าเวลาแทนว่าง ซีจะติวให้แทนดีมั้ย? ความหวังดีจากหญิงคนนึงที่ผม
เคยแอบมองมาตลอดนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก หลังจากวันนั้นผมกับซี
ก็จะมานั่งติวหนังสือกันทุกวัน จนเรียนจบมหาลัย

ผมก็มีบริษัทมารับเข้าทำงาน 2 บริษัท บริษัทแรกทำงานในกรุงเทพ
ส่วนอีกบริษัททำงานที่ระยอง ผมปรึกษากับซีว่าจะเลือกบริษัทไหนดี ซีบอกว่า
ตามใจแทนเถอะ ชีวิตเป็นของแทนนะ? ผมได้ยินดังนั้นผมก้อไม่ลังเลที่จะเลือกทำบริษัทที่ 2
ถึงผมจะต้องไปทำที่ระยอง แต่มันเป็นอนาคตที่ดีสำหรับผม ผมไปทำงานอยู่ที่ระยอง 1
อาทิตย์ผมจะโทรหาซี 2 -3 ครั้ง 1 เดือนผมจะเข้ากรุงเทพ 1 - 2 ครั้ง

เวลาผ่านไป 4 ปี ผมได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ เพื่อมารับงานในตำแหน่งผู้จัดการบัญชี
พอผมมาถึงกรุงเทพ ทางบริษัทให้ผมลาพักร้อนได้ 1 อาทิตย์
ผมจึงตัดสินใจชวนซีไปเที่ยวเป็นครั้งแรก ผมโทรเข้ามือถือซี ผมชวนเธอไปที่สวนสามพราน
เพราะซีชอบดอกไม้ ซีตอบกลับมาว่า ?จริงหรือแทน ซีไม่เคยไปไหนกับใครนอกจาก
พ่อและแม่เลย แทนจะพาซีไปวันไหนค่ะ? ผมบอกกลับไปว่า ?พรุ่งนี้โอเคมั้ย
พาไปเที่ยวเสร็จแล้วซีไปดูคอนโดเป็นเพื่อนแทนหน่อยนะ แทนจะซื้อคอนโดใกล้บ้านซี?
ซีตอบมาว่า ?ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะค่ะ?

เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปรับเธอที่บ้าน หลังจากนั้นผมก้อนั่งรถแท็กซี่ไปสวนสามพราน
ระหว่างที่ดูดอกไม้นั้นซีดูมีความสุขมาก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมือซี
หลังจากที่คุยกันมานานถึง 6 ปี พอบ่ายผมก้อไปดูคอนโดที่อยู่ใกล้บ้านซีที่สุด
แล้วก้อเซ็นสัญญาซื้อผ่อนทันที ตกเย็นซีชวนผมไปบ้านของเธอ ซีบอกว่า
คุณพ่อของซีอยากเจอแทนค่ะ เลยให้ซีชวนแทนมาทานข้าวที่บ้าน?
ผมไม่ปฎิเสธครับ พอไปถึงบ้านนั่งลงที่โต๊ะ คุณพ่อของซีดูเป็นผู้ใหญ่มาก
ท่านพูดขึ้นมาว่า ?เธอเองหรือชื่อแทน แล้วซีเล่าให้พ่อฟังอยู่บ่อย ๆ
ซีบอกกับพ่อว่า เธอเป็นคนขยัน ว่าไงสนใจมาทำงานกับพ่อมั้ย มาทำที่บริษัทพ่อ?
ผมอึ้งไม่คิดเลยว่าท่านจะพูดกับผมแบบนี้ ผมรู้สึกดีใจตอนนี้ผมรู้สึกเป็นส่วนนึงในชีวิต
ของซียังไงไม่รู้ครับ ผมตอบตกลงทันที

หลังจากวันที่ผมไปบ้านซี 2 วัน  ผมก้อเริ่มงานในบริษัทของพ่อซี
ตำแหน่งที่ผมได้เข้ารับคือตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายบัญชีงานส่วนใหญ่จะใช้สมองซะมากกว่า
หลังจากนั้นก้อว่าง วันนึงพ่อของซีก้อเดินมาที่โต๊ะทำงานผมแล้วก้อบอกว่า แทนถ้าว่าง
ก้อพาซีไปเที่ยวก้อได้นะ พ่อฝากดูแลซีด้วย? ผมตอบตกลงไป
ผมและซีในเวลานี้มีความสุขที่สุด ผมมีเวลาให้ซีมากขึ้น แต่พอผมว่างมากขึ้น
ผมก้อพูดกับซีว่า ? ซี.... แทนเบื่อแล้ว แทนอยากทำงาน แต่ไม่ได้หมายความ
ว่าแทนเบื่อซีนะ แทนจะรับงานตรวจสอบบัญชีจากบริษัทอื่นมาทำด้วยนะ ซีเห็นด้วยมั้ย?
ซีตอบกลับมาว่า ?ถ้ามันเป็นความต้องการของแทน ซีก้อเห็นด้วย?
ผมก้อรับงานจากบริษัทอื่นเข้ามาทำ เวลาว่างที่ผมเคยมีให้ซีก้อค่อย ๆ
หมดลงไป ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องพยายามทำงานให้มากเพื่อที่จะเทียบเท่าหรือ
ใกล้เคียงซีมากขึ้น ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะบอกว่ารักเธอ
แต่ในใจแล้วผมรู้สึกได้อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วว่าซีคือคนที่ผมอยากอยู่ด้วย

วันนี้เป็นวันเกิดของซี ผมทำงานจนลืมไปเลยว่าวันนี้วันเกิดของเธอ
วันรุ่งขึ้นซีโทรมาหาผมแล้วพูดว่า แทนไม่เคยลืมเลยนะ แต่ปีนี้แทนลืม
เมื่อวานเป็นวันเกิดของซีนะ? แล้วเธอก้อร้องไห้ ในเวลานั้นผมเครียดเรื่องงานมาก
ผมเลยพูดออกไปอย่างไม่คิดว่า ?ไร้สาระน่ะซี แทนต้องทำงานนะ แทนไม่ว่างเหมือนซีนะ?
เธอเงียบไปสักพักแล้วซีก้อพูด ?ขอโทษนะแทน ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลา
ที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ? ผมโกรธที่เธอพูดแบบนี้มาก
แต่เงียบไม่ต่อว่าอะไรเธอไป ซีพูดต่ออีกว่า อีก2วันซีจะไปอเมริกากับแม่ ซีอยากให้แทนไปด้วย
ซีขออนุญาตคุณพ่อแล้วนะ คุณพ่อบอกว่าให้แทนไปด้วยได้ แทนจะไปกับซีมั้ย?
ผมตอบกลับไปว่า ?ช่วงนี้งานยุ่ง ซีไปกับแม่ให้สนุกเถอะ? แล้วซีก้อวางหู

ซีเดินทางไปอเมริกากับแม่ 1 เดือน ในเวลาระหว่าง 1 เดือนนี้ ผมไม่ได้ติดต่อกับซีเลย
พอซีกลับมากรุงเทพ ผมก้อไม่ได้ไปรับ หลังจากกลับมาจากอเมริกา
ผมกับซีก้อห่างเหินกันไม่ค่อยได้เจอกันเลย 1 เดือนจะได้เจอหน้ากันสัก 2 ? 3 ครั้ง
ไม่ได้โทรคุยกันเลยเพราะผมงานยุ่งมาก ผมทำงานที่บริษัทพ่อซีมา 3 ปีแล้ว
ตอนนี้ผมคิดว่าผมพร้อมทุกอย่างแล้ว มีเงินพอที่จะซื้อบ้าน ซื้อรถ
และทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อได้ด้วยเงิน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมจึงตัดสินใจที่จะขอซีแต่งงาน แล้วคืนก่อนวันที่ 14
ซีก้อโทรมาหาผมที่บ้าน แทนซีถามอะไรแทนหน่อยได้มั้ย? ผมตอบว่า ?ได้สิ?
ซีถามต่อ ?แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้ แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร?
ผมไม่ตอบกับคำถามของซี แต่พูดกลับไปว่า พรุ่งนี้แทนจะบอก
แทนจะตอบทุกคำถามขอซี พรุ่งนี้ซีไปสวนสามพรานกับแทนนะ? ซีตอบมาว่า ?ได้?

ช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผมรีบไปที่เต้นท์โชว์รูม ฮอนด้าทำสัญญาออกรถป้ายแดง
ออกมาแล้วก้อขับไปรับซีที่บ้าน ผมนึกว่าซีจะตกใจที่ผมขับรถไปรับเธอ
แต่ไม่เลยเธอดูอ่อนเพลียเหมือนคนไม่สบาย หน้าซีด ผมจึงบอกซีว่า
ไว้วันหลังก้อได้นะซี? ซีตอบกลับมาว่า ?วันนี้แหละ ซีอยากไปวันนี้?
ก่อนขับรถออกจากบ้านซีผมเห็นแม่ซีดูเหมือนจะร้องไห้แต่ก้อไม่ได้คิดอะไร

พอมาถึงสวนสามพราน ผมเดินจูงมือซีดูดอกไม้ เดินได้สักพักผมก้อพาซีมานั่งที่ม้านั่งริมสระน้ำ
ซีซบไหล่ผมแล้วพูดกลับผมว่า แทน ซีรู้นะว่าแทนรักซี แต่ซีอยากให้แทนบอกซีเองจะได้มั้ย
แทนบอกซีด้วยว่า แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้ แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร?

แล้วคราวนี้ผมก้อบอกเธอทุกอย่างว่า ซี.........แทนรักซีนะ ทุกอย่างที่แทนขยัน
แทนทำเพื่อซี แทนไม่อยากให้ซีโดนใครดูถูกว่ามาคบกับแทน แล้ววันนี้แทนมีพร้อมทุก
อย่างแล้ว วันนี้แทนคิดว่าแทนใกล้เคียงพอที่จะขอซีแต่งงานแล้ว ซีแต่งงานกับแทนนะ"

แล้วผมก้อหยิบแหวนแต่งงานที่แอบซื้อไว้หมายจะสวมเข้าที่นิ้วของซี
ผมจับมือของซีขึ้น เธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ผมทำ ผมจับตัวเธอเขย่า
เธอไม่รู้สึกอะไรเลย ผมจึงอุ้มร่างซีขับรถไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
แล้วแล้วระหว่างนั้นผมก้อโทรบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับซี
มาถึงโรงพยาบาล หมอรีบพาซีเข้าห้อง ไอซียู

ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยถามหมอว่าซีเป็นอะไรหมอก้อไม่ยอมบอก ไม่นานพ่อกับแม่ซึ
ก็มาถึงโรงพยาบาล ผมถามแม่ซีว่าซีเป็นอะไร แม่ซีบอกกับผมว่า
ซีเป็นโรคหัวใจ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว? ผมอึ้งทำไมผมมันโง่อย่างนี้ผมไม่เคยรู้อะไรเลย
ไม่เคยรู้ว่าซีเป็นโรคหัวใจ ผมนั่งภาวนาอยู่หน้าห้องไอซียูว่าขออย่าให้ซีเป็นอะไรเลย
ถ้าซีหายผมจะแต่งงานกับเธอ จะไม่ทิ้งให้เธอเดียวดายอีกต่อไป
ซีอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 5 ชั่วโมง หมอก้อเดินออกมาจากห้อง
ผมรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหมอแล้วถามว่า ซีไม่เป็นไรใช่ไหมหมอ?

หมอเงียบสักพักแล้วตอบว่า ?ผมเสียใจด้วยนะครับ? ผมได้ยินคำนี้ถึงกับทรุดตัวลง
แล้วก้อนั่งร้องไห้ออกมา ลังจากนั้นงานศพของซีของถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกหลายคน
รวมทั้งเพื่อนของซีด้วย วันนี้เป็นวันสุดท้าย เป็นวันเผาศพ
แม่ซีแทนเข้ามาหาผมแล้วก้อยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ผม แล้วพูดว่า
ของที่อยู่ข้างในเป็นของที่ซีเขียนจดหมายไว้ให้แม่ บอกให้แม่มอบให้แทน?
ผมค่อย ๆ แกะซองนั้นออกข้างในมีสมุดเล่มเล็ก ๆ กับม้วนวีดีโออยู่
หลังจากพีธีเผาศพเสร็จผมนั่งอยุ่ด้านหน้าจนแขกในงานกลับไปกันหมด
พ่อซีเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกลับผมว่า ซีรักแทนมากนะ? แล้วพ่อก้อเดินกลับไป

..

ผมขับรถกลับมาคอนโด ด้วยรอยคล้ำใต้ตา ผมเดินไปหยิบม้วนวีดีโอเทปแล้วนำมันไปเปิด
ผมเห็นซีในชุดสีขาวเหมือนชุดในโรงพยาบาลไม่มีผิด

ซีพูดว่า ?แทน .......

ถ้าแทนได้ดูม้วนวีดีโอนี้แล้วแสดงว่าซีไม่ได้อยู่แล้วนะ ตอนนี้ซีอยู่ที่โรงพยาบาลในอเมริกา
แม่ซีพาซีมาหาหมอเพื่อที่จะผ่าตัดครั้งสุดท้าย ถ้าผ่าตัดครั้งนี้ไม่สำเร็จ
หมอบอกว่าซีจะอยู่ได้อีกไม่ถึง 2 ปี แต่ซียอมเสี่ยงเพื่อที่จะได้อยู่กับแทนตลอดชีวิต
ซีไม่โกรธแทนนะที่แทนไม่มาอเมริกากับซี แต่แทนอย่าโกรธซีนะที่ซีไม่ได้บอกว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ซีแค่ไม่อยากให้แทนกลุ้มใจ ซีเห็นแทนพยายามในสิ่งที่แทนต้องการ แค่นี้ซีก้อมีความสุขแล้ว
ซีรู้นะว่าแทนพยายามทำเพื่อใคร แทนทำเพื่อซีใช่มั้ย ถ้าคิดไปเองก้อขอโทษนะ
ซีอยากให้แทนรู้นะว่าซีรักแทนมาก มากที่สุดด้วย?

สัญญาณภาพก้อหายไป

น้ำตาขอผมออกมาชำระความโง่เขลาของตัวเอง ทำไมผมไม่เอะใจกับคำพูดของเธอที่ว่า?
ขอโทษนะแทน ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข
โดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ?

..ผมน่าจะรู้ว่าเธอไม่สบาย ..ผมน่าจะไปอเมริกากับเธอ
มนั่งคิดสักพักแล้วก้อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

ในนั้นเขียนว่า

ถึงแทนที่ซีรัก อย่าโทษตัวเองนะที่ไม่มีเวลาให้ซี อย่าโทษตัวเองนะว่าผิด
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และก้อไม่มีใครถูก ซีรักแทน แทนก้รักซี ถึงเรา 2
คนจะไม่พูดแต่ซีก้อรู้สึกนะ ถึงซีจะไม่อยู่แล้ว แต่ซีก้อยังคงอยู่ในใจแทนนะ
ซีรักแทนมาก มากเกินกว่าที่จะเขียนลงไปได้ ซีอยากจะบอกกับแทนว่ารักจากปากของซีเอง
แต่มันคงไม่มีเวลาแล้ว หลังจากที่ซีไปผ่าตัดแล้วผลออกมาล้มเหลว
ซีก้ป่วยมาตลอด ซีไม่ได้โกรธแทนนะ แต่ซีไปหาแทนไม่ไหว ซีไม่อยากจะบอกให้แทนรู้
เพราะแทนกำลังตั้งใจกับงานที่ทำอยู่ สุดท้ายนี้ซีอยากจะบอกกับแทนว่า
ซีขอโทษซีอยู่กับแทนได้แค่นี้ ระยะเวลา 9 ปีที่ซีอยู่กับแทนถึงมันจะน้อยแต่ซีรู้สึกมีความสุขมากนะ

ลาก่อนแทนที่ซีรัก?

ผมอ่านจดหมายเสร็จ ผมก้อนั่งร้องไห้และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้ผมมีทุกอย่าง มีทุกสิ่งที่จะซื้อได้ด้วยเงิน แต่ผมกลับซื้อเวลาที่จะอยู่กับซีไม่ได้
แต่ถ้าผมซื้อเวลาคืนมาได้
...

1 นาที ผมจะบอกว่าให้ซีรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน
1 ชั่วโมง ผมจะรีบขับรถไปหาเธอแล้วบอกเธอว่าขอโทษที่จำวันเกิดไม่ได้นะที่รัก
1 วัน ผมจะอยู่กับเธอในวันเกิดที่ผมลืม
1 เดือน ผมจะไปดูแลเธอที่อเมริกา
และ 1 ปี ผมจะขอเธอแต่งงานและอยู่กับเธอ

ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 1 ปีก้อตาม นชีวิตของคน ๆ นึงจะมีสักครั้งมั้ยที่จะได้พบรักแท้
ในรักครั้งแรก ชีวิตเราเกิดมาเพื่อใคร และเกิดมาทำไม อย่างน้อยชีวิตของผมที่เกิดมา
ก้อได้รู้ว่าเกิดมาเพื่อใครและพยายามเพื่อใคร

สำหรับรักครั้งแรกของผมนั้นผมคิดว่าจะเป็นรักครั้งเดียวในชีวิตของผมที่ดีที่สุด
ถึงแม้ผมจะไม่ได้บอกกับซีว่า ผมรักซี แต่ตอนนี้ผมจะบอกผ่านโพสต์นี้ไปถึงซีว่า
ผมรักซีมาก รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ ซีคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีได้ในวันนี้
เพราะฉะนั้นผมจะไม่รักใครอีกนอกจากเธอ? ซีจากผมไป 1 ปี กับ อีก 4 วัน
แต่เมื่อวานซีก้อยังทำให้ผมร้องไห้อีกจนได้ครับ

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น ผมกลับมาที่คอนโด เพื่อเปลี่ยนชุดไปงานเลี้ยงของ
บริษัทที่ผมทำงานอยู่ ( หรือบริษัทของพ่อซี ) ผมเลือกเสื้อสูทที่จะใส่ไปงาน
ในขณะที่ผมเลือกอยู่ผมก้อเหลือบไปเห็นเสื้อสูทสีม่วงผ้ากำมะหยี่ ผมเลยนึกขึ้นได้
ว่าเสื้อตัวนี้ ซีเป็นคนซื้อให้ผมก่อนที่เธอจะไปรักษาตัวที่อเมริกา แต่ผมไม่เคยใส่มันเลย
เพราะเคยลองใส่ดูแล้วมันดูเหมือนนักสนุ๊กเกอร์อย่างไรไม่รู้ ผมเลยไม่ชอบ
แต่วันนี้ผมคิดถึงซีมาก ผมเลยหยิบสูทตัวนี้ขึ้นมาใส่ พอใส่เสร็จผมมีความรู้สึกว่ามีของ
อยู่ในกระเป๋า ผมจึงล้วงลงไปหยิบและเอามันขึ้นมาจึงรู้ว่ามันเป็นเทปคาสเซ็ทม้วนหนึ่ง
ด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นเพลงอะไรผมจึงตรงไปที่เครื่องเสียงแล้วเปิดมัน
เสียงแรกที่ผมได้ยินเป็นเสียงของ ซี เธออัดเสียงของเธอลงในเทป
ต่อไปนี้จะเป็นคำพูดที่เธอพูดในเทปนะครับ

" สวัสดีค่ะ แทน นั่นแน่
แทนได้ฟังเทปแล้วแสดงว่าแทนแพ้พนันซีแล้วนะ เพราะแทนบอกว่าจะไม่มีวันใส่สูทตัวนี้
(เธอหัวเราะเบา ๆ ) ในที่สุดแทนก้อใส่สูทตัวนี้จนได้ เฮ้อ ( เธอถอนหายใจ )
ตอนนี้เราจากกันนานหรือยังนะ ขอโทษที่ซีพูดอย่างนี้นะ
เพราะซีคิดว่าแทนคงได้ฟังเทปนี้ตอนที่ซีไม่ได้อยู่กับแทนแล้ว แทนคิดถึงซีมั้ย
คงคิดถึงล่ะสิ แทนอยากรู้มั้ยว่าตอนนี้ซีอยู่ที่ไหน ถ้าอยากรู้ทำตามที่ซีบอกนะ
แทนเปลี่ยนเทปไปฟังที่ต้นหน้า B นะค่ะ "
แล้วเสียงซีก้อเงียบลง ผมจึงรีบกรอไปที่ต้นหน้า B แล้วเปิดฟัง

" แทนค่ะ แทนทำตามที่ซีบอกนะค่ะ แทนหลับตาลงนะ "
แล้วผมก้อได้ยินเสียงคลื่น แล้วก้อมีเสียงเธอพูดขึ้นว่า " แทน
ซีว่าเปลือกหอยอันนี้สวยจังเลยนะค่ะ " แล้วเธอก้อพูดขึ้นมาว่า "
รู้มั้ยว่าตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน " ผมตอบกับตัวเองว่าทำไมจะจำไม่ได้
เพราะเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันมาจากม้วนวีดีโอ ที่เราไปถ่ายตอนไปเที่ยวที่ พัทยา
แล้วเทปที่มีเสียงของซีก้อยังคงเล่นต่อไป ซีเปิดวีดีโอ มีเสียงที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่
ผมกับเธอไปเที่ยวกัน เสียงของเธอในเทปก้อพูดขึ้นมาว่า

" ตอนนี้แทนรู้ยังค่ะว่า ซีอยู่ที่ไหน ซีอยู่ในใจแทนนะ เวลาที่แทนคิดถึงซี
แทนก้อเปิดวีดีโอ หรือ รูปถ่ายของเราดูก้อได้นะ และวันนี้ซีก้อจะรักษาสัญญากับแทน
อีกเรื่องหนึ่งนะค่ะ แทนจำได้มั้ย แทนเคยร้องเพลงให้ซีฟัง ซียังจำได้นะ
แต่จำชื่อไม่ได้ว่าเพลงอะไร แต่จำเนื้อร้องได้ท่อนนึงนะ ท่อนที่ว่า "

เส้นทางชีวิตของฉัน ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
แต่มันเป็นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ
เส้นทางชีวิตสายนี้จะขอพิสูจน์ด้วยแรงและกำลังใจ "

และอะไรต่อจำไม่ได้แล้วค่ะ ร้องได้แค่นี้ค่ะ พอแทนร้องเสร็จ
แทนก้อบอกให้ซีร้องให้ฟังบ้างแต่ซีไม่ได้ร้อง
แทนเลยโกรธ แต่วันนี้ซีจะร้องให้ฟังนะ แทนฟังให้ดีนะ
ซีอาจจะร้องไม่เพราะเท่าไรนะค่ะ ซีจะฝากบทเพลงนี้ไว้แทนใจนะ
เมื่อไรที่แทนเหงาแทนจงฟัง เพราะมันจะเป็นบทเพลงสุดท้ายไว้แทนใจ
เพราะตอนนี้เราคงต้องห่างไกลกันนะ ซีร้องแล้วนะ ( แล้วเธอก้อร้องเพลง )
.....

" วันคืนที่เนิ่นนาน อาจผ่านชีวิตคน อาจเปลี่ยนใจคนให้เวียนหมุนไป
ทำเราจากกันนาน ไม่เคยโทษใคร มันเป็นเงื่อนไขของกาลเวลา
วันวานของเรา แม้มันไม่คืนกลับมา แต่อยากจะบอกให้เธอรู้ว่า
ฉันยังห่วงใย จก้อยังคิดถึงเธอเหมือนแต่ก่อนเป็นมาเสมอ
แม้ว่าเธอจากฉันไป ฉันยังเฝ้าดู และอยากจะรู้ความเป็นไป
เพราะว่าฉันรักเธอดั่งเดิม เดิม
ถึงจะนาน นานเท่าไร ฉันขอพอใจขอเป็นอย่างเดิม
ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอต้องเหนื่อย ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอลำบาก
ได้แต่คอยเอาใจช่วยเธอทุกอย่าง อยากให้เธอมีโลกที่สวยงาม
รักเธอเสมอ

ยังไงซีก้อรักแทนนะค่ะ "
สุดท้ายยย ( เสียงของเธอผมรู้สึกได้เลยครับว่าเธอกำลังร้องไห้ เพราะเสียงของเธอสะอื้น )
ซีอยากจะบอกแทนว่า แทนอย่าปิดกั้นตัวเองเพราะซีนะค่ะ ซีอยากให้แทนเจอคนดีดี
อย่าจบชีวิตตัวเองโดยไม่ใคร แทนเป็นคนดี แทนต้องได้เจอคนดีดี ซีเชื่อว่าต้องเป็นเช่นนั้น
ซีจะไม่โกรธถ้าแทนจะมีใครสักคน แต่ซีจะโกรธถ้าแทน ปิดกั้นชีวิตเพราะซี แทนค่ะ
แทนอย่าทำให้ซีต้องเป็นห่วงนะค่ะ แทนสัญญากับซีนะค่ะ ว่าจะไม่ปิดกั้นตัวเอง
ถึงซีจะไม่ได้ยิน

ซีจะเงียบให้แทนพูดนะค่ะ .......

ไม่มีเสียงจากเทปครับ ผมก้อเลยพูดออกไปตามอารมณ์นั้น แทนสัญญา
ผมก้อนึกว่าเทปคงหมดหน้าแล้วจึงเอื้อมไปปิด ผมถึงกลับสะดุ้งและขนลุกทันที
ที่ได้ยินเสียงของซีออกมาจากเทปแล้วพูดว่า

" ขอบคุณนะค่ะ ถึงซีจะไม่ได้ยินแต่ซีเชื่อว่าแทนคงจะรักษาสัญญากับซีนะค่ะ
ว้าเทปหมดแล้วนะค่ะ ซีรักแทนนะค่ะ.................

ช่วงเวลาที่ผมได้ยินคำขอบคุณจากเธอ ผมยังรู้สึกว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ ผมเลย
ผมคิดถึงเธอมาก ผมนั่งคิดว่าทำไมซีถึงเข้มแข็งได้ขนาดนี้ ผมนั่งร้องไห้ไปตั้งแต่
ได้ยินเสียงคลื่นจากทะเลของวีดีโอแล้ว แต่เสียงเพิ่งมาร้องไห้ ตอนร้องเพลงให้ผมฟัง
ทำไมเธอถึงพูดได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองจะต้องตาย ทำไมเธอไม่เคยบ่นว่าทรมานให้ผมฟัง
แล้วทำไมเธอยังเป็นห่วงชีวิตผมอีก แล้วอย่างนี้ผมจะลืมเธอได้มั้ย ผมจะเจอคนที่
เป็นห่วงและรักผมได้อย่างนี้อีกมั้ย แต่อย่างน้อยผมก้อยังรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้จากผมไปไหนไกล
แต่เธอยังอยู่กับผมใกล้ ๆ ในใจผมเสมอ และแล้วผมก้อไปไม่ทันกล่าวพิธีเปิดงานเลี้ยงจนได้

พ่อของซีโกรธใหญ่เลย อิอิ ท่านถามผมว่าไปทำอะไรมา ผมแอบอมยิ้มแล้วตอบกับท่านว่า "
ผมนั่งฟังคนที่ผมรักพูดอยู่ครับ " พ่อซีได้ยินเท่านั้นแหละทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไปเลยครับ อิอิอิอิ

สายลมพัดไปแล้วไม่หวนมา เหมือนกับชีวิตคนตายไปแล้วก้อไม่ฟื้นขึ้นมา
ขึ้นอยู่กับว่าโลกสำหรับคนที่ตายนั้นมันเป็นอีกโลกนึง แต่โลกสำหรับคนที่อยู่นั้นมันเป็น
โลกแห่งความจริง อย่ายึดติดกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน และอย่าปิดกั้นในสิ่งที่เรียกว่ารักแท้
แต่จงยึดมั่นและเก็บความรู้สึกที่ดีไว้ให้กับรักแท้จะดีกว่า มีพบก้อมีจากมันเป็นธรรมดา


C love Tan never die and forever but Tan forget me not .Because C will alive in 


เป็นไงคะอ่านกันจนจบมั๊ย.. เจ้าของบล็อกได้อ่านอีกครั้ง พูดอะไรไม่ออกเลย ^^
                 ได้แต่ภาวนาว่า.. อย่าให้สายเกินไปเลย................................



Tip for Friends: 8 วิธีที่จะทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น


.

  8 things make you feel gooood


ถ้าคุณกำลังเบื่ออะไร ที่ทำซ้ำๆ อยู่ทุกวัน เราขอเสนอ 8 วิธีที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของคุณ 
มีสีสันมากขึ้น เพราะเราปรารถนาให้คุณมีรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะในชีวิตประจำวัน หรืออย่างน้อย
ที่สุด ก็หวังว่าความเบื่อหน่ายที่คุณมี จะเบาบางลงบ้าง ด้วยความจริงใจ ^^

ยิ้มให้คนที่ไม่รู้จัก ^^
การยิ้มให้คนรู้จักเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการรักษาสัมพันธภาพ และปรับอารมณ์เราให้ดีขึ้น
ทุกครั้งที่ ยิ้ม แต่ขั้นกว่าของมัน อยู่ที่การยิ้ม ให้คนที่ไม่เคยรู้จักกันเลย เราจะพบทั้งคนที่
ยิ้มตอบ และไม่ได้ยิ้มตอบเรา ถ้ามองในแง่ของบุคลิกภาพ เราจะดูเป็นคนเฟรนด์ลี่ขึ้นทันที
แต่ถ้าไม่คิดถึงเรื่องไร้สาระพวกนั้น แล้วเราจะรู้สึกว่ามันสนุก สนุกที่เราได้ยิ้มให้คนอื่น
ในฐานะ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
Caution: หากกำลังรอรถตอนดึกๆ ในที่เปลี่ยวๆ ลืมวิธีการนี้ไปให้สิ้น!

รับโทรศัพท์ด้วยภาษาต่างประเทศ ^^

เวลาเราโทรศัพท์หาใคร คำที่จะได้ยินเสมอคือ "ฮัลโหล" หรือ "สวัสดี" แต่ถ้าเราทักทาย
คนที่โทร.มาด้วยภาษาแปลกหู ล่ะ แล้วตามติดด้วยภาษานั้นอีกสองประโยค น่าจะสร้าง
ความครื้นเครงในชีวิตประจำวันให้แก่กันได้บ้าง ส่วนภาษาที่อยากแนะนำว่า พูดแล้ว
"มันแน่ๆ" คือ ภาษาจีน ภาษาเขมร ภาษาเกาหลี
Caution: ดูหน้าจอให้มั่นใจ อย่าเพลินจนรับสายแบบนี้กับเรื่องธุรกิจการงาน

ลองเครื่องดื่มแปลกๆ ^^

เมื่อเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ คุณมักจะเลือกหยิบ แต่น้ำที่คุ้นเคยใช่หรือไม่ ถ้าใช่...ขอแนะนำ
ให้เปลี่ยนมาหยิบเครื่องดื่ม ที่คุณไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะดื่มมัน อาทิ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง
หรือเครื่องดื่มแก้อาการเมาค้าง หรืออื่นๆ ถึงแม้จะไม่ชอบรสชาติ ของมันเลย แต่เราก็จะได้
รู้ว่าในโลกนี้มีน้ำพรรค์นี้อยู่ด้วย
Caution: แต่ถ้ากลายเป็นติดใจขึ้นมา และถ้ามันเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ขอแนะนำว่า
ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด และก่อนดื่มโปรดสังเกตฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง (ฮา)

เล่นเกมส์ตู้ ^^

ในห้างสรรพสินค้า มักมีมุมที่มีตู้เกมวาง เป็นแผง สำหรับผู้ใหญ่อย่างเรา มักมองว่าเป็นเรื่อง
ของเด็กๆ และเดินผ่านเลยไป การคิดแบบนั้น นับว่าเป็นเรื่องเสียหายอย่างหนึ่งในชีวิต
เพราะความหฤหรรษ์รอคุณอยู่ตรงนั้นเอง หากวันไหนไม่ได้พาลูกไปด้วย ลองจูงมือสามี
(หรือแฟน หรือเพื่อน) เข้าไปหยอดเหรียญ 5 เหรียญ 10 ใส่ตู้ ความเบื่อหน่ายที่มีอาจจะ
บรรเทาลง
Caution: ถ้าไม่รู้จะเล่นเกมไหน เสนอให้เลือกเกมยิงซอมบี้ก่อนเลย เพราะเราจะได้ใช้ปืน
แบบสไลด์ได้ เจ๋งสุดแล้ว

จัดดอกไม่ที่แปลกตาใส่แจกัน ^^


การมีดอกไม้วางที่โต๊ะทำงานเป็นเรื่องวิเศษ แต่ถ้าลองหาดอกไม้แปลกๆ หรือสิ่งที่ไม่ควรจะ
มาอยู่ในแจกันมาประดับ เช่น ต้นหญ้าเล็กๆ ใบไม้ฟอร์มสวย หรือพืชผักสวนครัว อาทิ
ขึ้นฉ่าย สะระแหน่ โหระพา รับรองว่าจะสร้าง Creativity ให้ชีวิตประจำวันของคุณได้อย่างดี
  Caution: ต้องดูบริบททางสังคมในพื้นที่นั้นๆ ด้วยว่าถ้าเราใช้ต้นไม้ชนิดนี้แล้วจะตลกหรือไม่


เลือกกลับอีกทาง ^^

หากวันไหนไม่รีบหรือไม่เหนื่อยเกินไป ลองเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านดู คุณจะเห็นรายละเอียด
ของชีวิตที่ต่างไป แต่คุณจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย นอกจากแก้เลี่ยนจากเส้นทางเดิมๆ
ที่ใช้อยู่ทุกวัน ซึ่งบางทีเส้นทางใหม่ อาจจะทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นเป็นชั่วโมงก็ได้
Caution: ตอนเช้าไม่แนะนำวิธีการนี้ เพราะอาจจะไปทำงานสายได้

หัดเขียนหนังสือด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด ^^

หากต้องเขียนโน้ตสั้นๆ ถึงใคร ทำไมไม่ลองเขียนด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดดู เป็นการฝึกสมอง
อีกซีกที่ดี และยิ่งกว่านั้น มันตลกมากเหอๆ
Caution: ไม่ควรใช้วิธีนี้เขียนจดหมายสารภาพรักหรือจดหมายง้อแฟนเด็ดขาด!

ใส่ชุดชั้นในน่ารักๆ ^^

ลองซื้อชุดชั้นในลายการ์ตูน ลายลูกไม้สวยสดใส หรือชุดชั้นในสีสะท้อนแสงแสบสัน เพื่อที่
ว่ายามคร่ำเครียดจากงานแล้ว ไปเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ถอดกางเกง หรือกระโปรงสีเข้มเป็น
ทางการออก คุณจะหัวเราะเบาๆ กับความซุกซนของตัวเอง
Caution: ดูแลความเรียบร้อยของเสื้อผ้าให้ดี เก็บเอาไว้หัวเราะคนเดียวจะดีกว่า


เป็นไงบ้างคะ เคล็ดลับดีๆ แบบนี้ น่านำไปลองใช้กันดูไหม ^^ แต่อย่างไรก็ตาม
มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกไว้ เมื่อเรายิ้มให้โลก โลกก็จะยิ้มให้เรา แต่เมื่อใดก็ตามที่เรา
เบื่อโลก โลกก็จะเบื่อเรา เพราะอย่างนั้น ทำวันนี้เป็นวันที่มีความสุขเข้าใว้นะคะ
จากใจเจ้าของบล็อค ^^













ขอบขอบคุณเคล็ดลับดีๆจาก:  http://brightlives.th.88db.com/lifestyle/lifestyle_color.htm



















แล้วมาปิดท้ายด้วยเพลงสนุกๆ เติมความสดใสให้เต็มที่ไปเร้ยยยยย ^^











Note to God..


.













เพื่อนคนแรก


.

ตั้งแต่ได้ลืมตาครั้งแรกบนโลกใบนี้.. คุณคิดว่าเพื่อนคนแรกของคุณคือใคร^^
ตอนนั้นทั้งคุณและฉัน คงเด็กเกินกว่าที่จะรู้จักคำนี้และเด็กเกินกว่าจะตอบคำถามนี้ได้
แล้วตอนนี้ล่ะ.. ถ้ามองลองย้อนกลับไปดู >>>
พ่อ แม่ ผู้ให้กำเนิดจริงมั๊ยคะ^^ หรือใครจะเถียงฉันว่าหมอทำคลอด??

พ่อ แม่ ผู้เป็นทั้งผู้ให้กำเนิดและเพื่อนคนแรก ฉันจำไม่ได้หรอกนะว่าอ้อมกอดท่านตอนนั้นเป็นยังไง
แต่ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันคงไม่ต่างจากตอนนี้ ฉันกอดท่านฉันก็อบอุ่นทุกครั้ง^^

เพื่อนคนแรกของฉันสองคนนี้ เป็นเืพื่อนที่โชคดีที่สุด เพราะเห็นฉันโป๊(หรือโชคร้ายที่สุดกันหว่า..^^)
ได้อาบน้ำให้ฉัน ได้ดูแลเวลาฉันทำภาระกิจส่วนตัวซึ่งไม่เป็นที่เป็นทางและเป็นเวลา เหอๆ~~

มือของท่านตอนนั้นจะนุ่มมั๊ยนะ? ฉันเคยแอบคิด เพราะตอนนี้หยาบกระด้างมากมาย
แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง ท่านก็จะสัมผัสฉันเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนที่สุดเพราะผิวฉันบางมาก

ท่านคงนอนหลับไม่พอด้วยล่ะมั้ง เพราะฉันขี้แยน่าดู ถึงตอนนี้ยังไม่เลิกนิสัยนี้อีก
ฉันคงตื่นมาร้องไห้กลางดึกบ่อยๆ ท่านคิดว่าหิว ก็เอานมให้กิน หารู้ไม่ฉันปล่อยระเบิดตังหาก อิอิ
จะยังไงท่านคงไม่ดุด่าว่ากล่าวฉันหรอก เพราะฉันคือสิทธิพิเศษสำหรับท่าน ท่านทำทุกอย่างเพื่อฉันด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว ^^

และตอนที่ฉันไม่สบาย ท่านก็คงกังวลใจที่สุด ฉันยังเล็กมากนี่นาา เท้าเท่าฝาหอย
ฉันจะต้านทานอะไรได้ ท่านคงพาฉันไปหาหมอโดยเร็ว.. ฉีดยาเลย เอาให้ชัวร์^^
ฉันถึงมือหมอแล้ว ท่านก็คงคลายความกังวล แต่ก็ยังคงใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ

พอฉันเริ่มหัดเดิน หัดพูด ประโยคฮิตเลย พ่อ แม่ ฉันคงพยายามอยู่นานน่าดูเพราะฉันมันเอ๋อ พูดยาก อิอิ
ฉันเดินได้ก้าวสองก้าว ท่านคงดีใจกระโดดโลดเต้น ปานฉันวิ่งได้เหรียญทองโอลิมปิค
แล้วตอนฉันล้มล่ะ คงวิ่งเข้ามาพยุงฉันทั้งคู่ ใจท่านคงหายเพราะกลัวฉันเจ็บ..

ไงล่ะคะ.. เพื่อนที่ใช้ได้เลยใช่ไหมสองคนนี้ ไม่เคยทิ้งฉันแม้สักวินาทีเดียว จวบจนฉันโต..
ใบหน้าท่านเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของกาลเวลา แต่ยังเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อมองฉันเสมอ

ตอนนี้ฉันได้ทำอะไรเพื่อเพื่อนสองคนนี้บ้างมั๊ยนะ..?
เวลาที่ท่านแก่ไปมากกว่านี้ หรือ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ฉันจะรังเกียจท่านเห็นท่านเป็นภาระมั๊ยนะ?
เวลาที่ท่านขอให้ฉันอยู่ใกล้ๆ ให้ท่านได้กอดได้หายคิดถึงบ้าง ฉันจะเบื่อท่านมั๊ยนะ?
เวลาที่ท่านเจ็บป่วยไม่สบาย ฉันจะคอยดูแลท่านมั๊ยนะ?
เวลาที่ท่านโทรมาหาเพราะว่าทนความคิดถึงไม่ไหว ฉันจะวางสายใส่ท่านมั๊ยนะ?
เวลาที่มาทำอย่างนู้นอย่างนี้ให้ ฉันจะดีใจหรือว่ารำคาญท่านหาว่าท่านวุ่นวายกันนะ?
เวลาที่ไม่ได้เจอกันนานๆ แล้วท่านมาหา ฉันจะวิ่งไปกอดท่านหรือบอกกับท่านว่า มาทำไม?
ฉันจะเห็นใครสำคัญกว่าท่านมั๊ย ฉันจะเห็นอะไรสำคัญกว่าท่านมั๊ย ฉัน ฉันจะรักท่านได้เท่าท่านรักฉันมั๊ย?
.................

ฉันทำอะไรเพื่อเพื่อนสองคนแรก เพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตฉันแล้วบ้าง..

ฉันอาจเหมือนคุณ คุณอาจเหมือนฉัน
เราทำอะไรเพื่อท่านแล้วหรือยัง?
















ยินดีที่ได้รู้จัก "เพื่อน"


.






สวัสดีนะคะ^^ บล็อกนี้จัดทำขึ้นด้วยเหตุผลอะไรที่หลายอย่าง แต่เหตุผลหลักๆ เลยคือใจรักที่จะเขียน 
ที่จริงฉันไม่เก่งเลยนะ ทำบล็อกเนี่ย หุหุ เคยคิดที่จะทำไดอารี่ออนไลน์มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ยักจะทำสักที มาตอนนี้ได้เวลาแล้วหรือไร.. เลยม่ะ สักที ^^ ถึงแม้ไม่เก่งเลยก็จะคอยแสะแสวงหาสอบถามเอานะคะ

บล็อกนี้.. ได้ Concept คือ เพื่อนของชีวิต Friends of Life คำว่าเพื่อนทุกคนคงรู้จักกันดี หรือ มีมากมาย
ที่ใครจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อน แต่เพื่อนของชีวิตจริงๆ.. เรามีใครบ้าง หรือมีอะไรบ้าง ^^ อะไรบ้างน๊าาา ที่เป็นเพื่อนเราได้ ^^ แล้วเืพื่อนที่ดีเค้าทำกันยังไง แล้วการตอบแทนเพื่อนที่ดีเค้าทำกันยังไง ^^ อิฐ หิน ดิน ทราย ต้นไม้ ใบหญ้า น้องแมว น้องหมา หรือ แม้กระทั่งความเหงาเป็นเพื่อนเราได้มั๊ยนะ? 

บล็อกนี้จะรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับการมองโลกที่มุมที่สวยงาม กับคำว่า เพื่อน บอกเล่าทุกสิ่งที่ควรจะเป็นเพื่อน หรือแม้แต่ เพื่อนช่วยเหลือแนะนำเพื่อน สาระดีๆ ที่เพื่อนควรบอกกล่าว ไม่ว่าจะเป็น Healthy, Beauty, Safety, Travel, Technology วิวัฒนาการใหม่ๆ รวมไปถึงอะไรอีกมากมายที่ผู้เขียนสามารถบอกกล่าวหรือสรรหามาได้ ในนามของเพื่อนคนนึง..

ทั้งชีวิตเราจะมีเพื่อนสักกี่คนกันนะ? หรือ ทั้งชีวิตเราจะมีเพื่อนที่ดีสักกี่คน? แล้วอะไรบ้างที่พวกเค้า
จะมองฉันเป็นเพื่อน?

ฉันควรทำตัวแบบไหน? ฉันควรคืดอย่างไร? ฉันควรรู้สึกอย่างไร? ฉันควรมองข้ามมั๊ย?
คำถามอะไรมากมาย.. ที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ต้องการคำตอบ

เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน ดีกว่านะ ^^

ตอนนี้ฉันเองก็อาจจะไม่ได้ดีพอ.. แต่ฉันเชื่อว่าฉันจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ฉันยังมีแรง 
ยังมีฝันและยังมีลมหายใจ.. ฉันพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ
..ฉันมีอะไรมากมายที่อยากจะเล่า มาฟังฉันบ้างนะ เพื่อนๆ

ยินดีที่ได้รู้จักนะ ^^ Friends of Life..








Comment